วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โทรศัพม์มือถือยังไม่เหมาะกับเด็ก

ก็อย่างที่ว่าครับ เรื่องของเรื่องก็คือ พบเห็นเด็กๆ ในยุคปัจจุบัน ถูกแวดล้อมด้วยอุปกรณ์ทำลายสุขภาพตนเองและสุขภาพของสังคม ท้ายที่สุดแล้ว เราก็จะเหมือน ญี่ปุ่น ที่เช้ามาก็ยิกๆอยู่หน้ามือถือของตนเอง ระหว่างวันก็ยิกๆ อยู่หน้าจอ Computer ตกเย็นมา ก็ยิกๆหน้ามือถือตัวเองต่อ ต่างคนต่างก้มหน้า ก้มตามองดูอุปกรณ์สุด Hi-Tech ของตนเอง แม้กระทั่งนั่งข้างกัน ยังต้องคุยกันผ่าน Social Network เลย

ฅนรุ่นพ่อแม่ ยังดีที่รอดมาได้ เพราะสมัยของเรามันไม่มีอุปกรณ์พวกนี้ ตอนนี้เราเริ่มทำลายสายตาของเด็กๆ ตั้งแต่เล็กด้วยสารพัด Game ทั้งบน Computer และ Tablet  เริ่มทำลายสมองของเด็กด้วยการเผาด้วยคลื่นโทรศัพท์ความถี่สูง
รู้ไหมว่ากระโหลกของเด็กยังหนาไม่พอที่จะกั้นคลื่นความถี่สูงจากโทรศัพท์ได้ ขนาดเราเองผู้ใหญ่ เอาโทรศัพท์แนบหูนานๆ มันยังร้อนมากและแถมบางทียังรู้สึกมึนๆ เมื่อใช้โทรศัพท์มือถือนานๆอีกด้วย

ผมคิดไม่ออกว่าเด็กในอนาคตอีกสัก 20 ปีจะเป็นอย่างไร อาจจะสมองไม่ค่อยดี เพราะถูกทำลายไปเยอะ แล้วคงใส่แว่นกันเป็นแถว แถมไม่พอยังอ้วนเพราะวันๆ เอาแต่นั่งเล่น com ที่สำคัญคือไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะถูกฝึกให้ทำหลายหน้าที่ในขณะเวลาเดียวกัน ไหนจะต้อง chat กับเพื่อนขณะที่ค้นหารายงานไปด้วย เดี๋ยวคนโน้น คนนั้น เรียกมาที กลายเป็นคนสมาธิสั้นไปเลย ที่น่ากลัวกว่า คือ อายุสิบกว่าคงมั่ว sex กันน่าดูแล้วหล่ะมั้ง ไม่เชื่อก็ไปดูค่านิยมของญี่ปุ่น หรือ ฝรั่งก็ได้ เพราะเรากำลังเลียนแบบเขาอยู่นี่ ใชไหม ? เราปลูกฝังให้เขาก้าวร้าวตั้งแต่เด็ก ด้วยการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตีรันฟันแทงกันตั้งแต่เขาเกิดมาเลยมั้ง (ลองดู TV ช่องการ์ตูนสิ) ยิ่งไปกว่านั้น เด็กซึมซับละครเน่าๆของเมืองไทยแล้วเอาไปเลียนแบบด้วยนะนั่น



ผู้ปกครองที่อยากจะกำหนดอนาคตที่ดีให้กับลูกหลานของตัวเอง ก็อย่าตามกระแสนะครับ ลูกชายมาบอกผมว่า เขาอยากได้โทรศัพท์ เพราะว่าเพื่อนๆในห้องมีกันเป็นส่วนใหญ่ ทั้งๆที่ยังอยู่ ป.3 ครับ !!! อ้างว่าจะเอาไว้โทรหาพ่อกับแม่ ผมบอกว่าไงหน่ะหรือ ผมสอนให้เขาใช้โทรศัพท์สาธารณะ แล้วผมก็ค้นหาข้อมูลทาง Internet เกี่ยวกับภัยร้ายต่างๆ ทั้งต่อร่างกายและต่อทรัพย์สินให้เขาดู สอนให้เขารู้ว่าเขายังไม่เหมาะที่จะมีมัน บอกให้เขารู้ว่าอีกหน่อยเพื่อนๆจะมีปัญหาด้านสุขภาพและสังคม เขาอยากเป็นแบบนั้นหรือ ? สอนให้เขารู้จักเหตุผลให้มาก และแน่นอนผมสอนให้เขาไปหาเงินเองหรือออมเงินเอง ไม่มีก็ไม่ต้องซื้อ แต่ถ้าไปขโมยเจอดีแน่  ซึ่งตรงนี้เราต้องแข็งใจอย่าซื้อให้เมื่อยังไม่ถึงเวลานะครับ ต่อให้มีเงินก็เถอะ

อีกวิธีหนึ่ง ผมอยากจะสอนให้เขามีทักษะติดตัวทางด้านใดด้านหนึ่ง บางคนอาจจะให้ลูกเรียนดนตรี วาดรูป เล่นกีฬา หรืออะไรก็ว่าไป ที่ทำให้เขามีทักษะทางกายภาพที่เหมาะสมตามวัย ส่วน Game Computer ผมก็ให้เล่นบ้าง ไม่ใช่ไม่ให้เล่นเลย แต่ให้อยู่ในเงื่อนไขของเวลาที่ชัดเจน ไม่มีต่อรอง วันธรรมดา ไม่ให้เล่น เล่นได้เฉพาะวันหยุด วันละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น

ท้ายสุดก็คิดได้ว่า ตนเองชอบเรื่องงานประดิษฐ์อยู่แล้ว ก็เลยคิดว่าน่าจะปลูกฝังให้ลูกชายหันมาสนใจทางนี้ เพราะว่าได้ประโยชน์หลายประการ และก็คิดว่าไหนๆจะทำแล้ว ก็น่าจะเผยแพร่ให้คนอื่นเอาไปลองทำด้วยกัน หรือเอามาแบ่งปันกัน ทั้งนี้ก็ไม่ใช่เพื่อเราแต่เพื่อเขาต่างหาก คนเป็นพ่อแม่คงเข้าใจนะครับ

ดังนั้นใครที่หลงเข้ามา ผมก็หวังอยากจะให้ได้ประโยชน์กลับไป แต่หากมีสิ่งอื่นๆมาแบ่งปัน ก็ยินดีน้อมรับอย่างเต็มที่ครับ