วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

แนะนำการโดยสารเครื่องบิน จากเชียงใหม่ ไปภูเก็ต

มีโอกาสได้ไปท่องเที่ยวที่จังหวัดภูเก็ต ก็เลยทำ review การขึ้นเครื่องบินมาให้อ่านนะครับ ใครที่ขึ้นเป็นประจำแล้วก็ดูเอาขำๆนะครับ เพราะเน้นสำหรับเด็กๆ ที่ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน จะได้ทราบว่าต้องทำอย่างไรกันบ้างครับ

เอ้ามาดูกัน ... 

ก่อนอื่นก็ต้องไปจองตั๋วก่อนนะ ตรงนี้จะไม่กล่าวถึงเพราะเด็กๆ คงจะไปจองตั๋วเองไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นเอาเป็นว่าจองตั๋วเรียบร้อย ได้ข้อมูลมาสำหรับไป check - in ละ เราก็ไปขึ้นเครื่องกันเลย


อย่างแรกก็เดินทางไปสนามบินกันก่อน หากเป็นจังหวัดใหญ่ๆ สนามบินที่นั่นก็จะมีเครื่องบินจากสายการบินต่างประเทศมาลงด้วยนะ และก็หมายถึงว่าเราสามารถบินตรงไปต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน แต่เด็กๆ ต้องดูให้ดี ดี ว่า เราจะเข้าไป check-in ที่ไหน ตอนนี้เราจะเดินทางไปภูเก็ต ก็ให้มองหาช่องทางเข้าสนามบิน  ที่เขาเขียนว่า ผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ นะ (เราจะออกจากเชียงใหม่ ไป ภูเก็ต ไง)


เมื่อเข้ามาในสนามบินแล้ว ด่านแรกที่จะต้องเจอก็คือ ตรวจค้นสิ่งต้องห้ามก่อน โดยเฉพาะอาวุธ .. เราจะไปเที่ยวนะ ไม่ได้ไปตีกับใคร ก็คงไม่ต้องพกอะไรไป ... ถ้ามีกล้อง ก็ต้องเอาวางเพื่อ scan ด้วย ส่วนตัวเราไม่ต้องเข้าเครื่อง ให้เดินผ่านข้างๆ เพื่อโดน scan ด้วยเครื่องมือถือแทน


เมื่อผ่านการตรวจค้นแล้ว ก็ให้เราลากกระเป๋าเพื่อไป check-in กับบูธของสายการบินที่เราจองตั๋วไว้ ทริปนี้เราจองไว้กับ Air Asia ก็ไปหาดูว่าบูธ Air Asia มันอยู่ตรงไหน แต่ถ้าคนเยอะๆ จะมีบูธกลางที่เปิดรับ Check-in ทุกสายการบินเลย ให้เรามองดูจอตรงบนหัวของบูธแต่ละบูธไว้นะ มันจะบอกข้อมูลอยู่ว่าเป็นของสายการบินไหน หรือดูที่ตัวบูธก็ได้ มีบอกไว้อยู่ ถ้าหาไม่เจอก็ถามพี่ๆแถวสนามบินนั้่นแหละนะ


เมื่อเจอแล้วก็ให้ต่อคิวเพื่อทำการ check-in ถ้าหากเรามีกระเป๋าใบใหญ่ที่หนักมาก และน้ำหนักเกินกว่าที่เขากำหนด เราก็จำเป็นจะต้องฝากกระเป๋าใบใหญ่ของเราไว้ในท้องของเครื่องบินใต้ที่นั่งของเราแทนนะ ทางที่ดี ควรจะทำเครื่องหมายกระเป๋าของเราเอาไว้ด้วย คนอื่นจะได้ไม่หยิบของเราไปเมื่อถึงปลายทางแล้ว  การ check-in จะต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนนะ ลืมไม่ได้เด็ดขาดเลย สิ่งที่ต้องทำก็แค่ยื่นบัตรประชาชนให้พี่ที่บูธพร้อมด้วยหลักฐานการจองตั๋วหน่ะ


เมื่อผ่านขั้นตอนการ check-in แล้ว พี่เขาก็จะออกตั๋วอีกแบบเรียก boarding pass ให้เราตามจำนวน 1 คน ต่อ 1 ใบนะ เราก็จะเอาตั๋วนี้ พกไปขึ้นเครื่องอีกทีหนึ่ง


ตั๋วนี้บอกอะไรบ้าง ก็มีว่า เราจะขึ้นเครื่องของสายการบินอะไร 
- Flight ที่เราบินนั้น Flight อะไร เราจะได้โทรไปบอกคนที่มารับได้ว่า เรามา Flight อะไร  
- เวลาขึ้นเครื่อง เวลาเท่าไร (Boarding Time) จะได้กะเวลาทำธุระให้ถูกต้อง
- ไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน (Gate)  เลขที่นั่งเท่าไร (Seat)
- เวลาเครื่องออก กี่โมง ไปถึง กี่โมง 
- คนถือตั๋วชื่ออะไร


ระหว่างที่รอขึ้นเครื่อง เราก็สามารถดูที่ TV ได้ว่า มีข้อมูลเครื่องที่เราจะนั่งไป ขึ้นเวลาตรงกับตั๋วที่เราได้มาไหม เป็นการตรวจสอบให้แน่นอนว่า เราไม่หลงขึ้นผิดเครื่องนะ


เมื่อได้เวลาขึ้นเครื่อง สายการบินนั้นๆ เขาก็จะประกาศให้ผู้โดยสายไปที่ประตูที่ระบุไว้ในตั๋ว เราก็เดินเรียงคิวไปที่ประตูนั้น ยื่นตั๋วพร้อม Boarding Pass และบัตรประชาชน เพื่อให้พี่เขาทำการตรวจสอบอีกรอบ ดังนั้นการหลงขึ้นเครื่องผิด ก็มีน้อยมากมาก ไม่ต้องกลัว


เมื่อผ่านเข้ามาแล้ว ก็ให้เดินไปตามป้ายนะ ป้ายจะบอกว่าประตูที่เราจะต้องไปขึ้น อยู่ที่ประตูไหน 


ปากทางเข้าเครื่องบิน จะมีพี่แอร์โฮสเตส ให้การต้อนรับอยู่ ถ้าพี่อะไรสงสัยก็ถามพี่เขาได้ แต่ที่นั่งหาไม่ยากหรอก ... ดูหมายเลขที่ติดเหนือที่นั่ง ตรงระดับสายตาของเรา ก็จะเจอแล้ว


การหาเลขที่นั่ง จะมีหมายเลขกำกับไว้ที่ชั้นวางของเหนือเบาะผู้โดยสารนะ เด็กอาจจะต้องเงยหน้าขึ้นไปมองนิดหนึ่ง เสียดายลืมถ่ายมา เพื่อให้มองได้ชัดเจน และอย่าเสียเวลาไปมองหาเลขที่นั่งหลังเบาะนะ จะหาไม่เจอหน่ะ


เมื่อเจอที่นั่งแล้ว ก็นั่งให้เรียบร้อย เครื่องจะออกอีกไม่เกิน 15 นาที ดังนั้นก็ให้ทำการล๊อคตัวเองเข้ากับที่นั่งได้เลย ทำไมต้อง lock เพราะว่าต้องปลอดภัยเอาไว้ก่อน หากเครื่องบินตกหลุมอากาศเราจะได้ไม่ลอยเอาหัวไปโหม่งเพดานด้านบนนะ


เมื่อทุกคนนั่งหมดแล้ว พี่แอร์คนสวยก็จะมาเดินตรวจดูความเรียบร้อยของผู้โดยสารทุกคน ก่อนที่จะไปบอกกัปตันว่าพร้อมแล้ว ไปกันโลด


หากที่นั่งไม่เต็ม พี่เขาก็จะบอกว่าสามารถย้ายที่นั่งได้ แต่นั่นต้องรอให้เครื่องขึ้นจากพื้นก่อนแล้วกัปตันส่งสัญญาณว่าปลอดภัยแล้ว เดินไปมาบนเครื่องได้ แต่อย่าไปกวนคนอื่นๆนะ ไม่งั้นจะโดนดุ ก่อนเครื่องขึ้น พี่ๆเขาจะอธิบายว่าเราควรจะทำอะไรกันบ้างระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ให้เด็กๆปฏิบัติตามให้เคร่งครัดนะครับ


เมื่อพร้อมแล้ว พี่กัปตัน ก็จะแสดงพลังของเครื่องยนต์ Jet ให้ดูว่ามีพลังมาแค่ไหน สามารถยกเครื่องหนักเป็นสิบๆ ตัน ขึ้นไปลอยบนฟ้าได้เลย เด็กๆ หลายคนอาจจะหูอื้อ เนื่องจากอะไรเอ่ย ไปหาดูนะว่าทำไม หูเราถึงอื้อเมื่อขึ้นสู่ที่สูงโดยฉับพลัน การแก้ไข ก็ให้กลืนน้ำลาย หรือ เป่าลมออกหูก็หายนะ


แล้วเราก็จะขึ้นมาอยู่บนฟ้าในเวลาไม่นาน มองลงมาก็จะเห็นความเล็กกระจ้อยร้อยของเรา ว่ามันเป็นแค่จุดเล็กๆ บนโลกใบนี้เท่านั้นเอง


เมื่อเครื่องอยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสมแล้ว พี่ๆพนักงานต้อนรับก็จะนำอาหารมาจำหน่ายนะ ใครอยากกินอะไรก็บอกพี่เขาได้ อ้อ ลืมบอกไปว่า เก้าอี้บางตัว โดยเฉพาะที่อยู่ตรงที่ติดประตูทางออกฉุกเฉินกลางลำ ปรับเอนไม่ได้นะ .. เพราะมันจะขวางคนอื่นๆ กรณีฉุกเฉิน ดังนั้นต้องทนนั่งตรงๆ ตลอดเวลา เมื่อยก็ลุกไปเดินได้


เครื่องบินส่วนใหญ่ จะบินที่ความสูง 38000 - 40000 ไม้บรรทัดแบบยาวนะ (เขาจะมีหน่วยวัดเป็นฟุตหรือ 12 นิ้วนั่นเอง) ความยาว 1 เมตร เท่ากับ 3.2808 ฟุต  ดังนั้น เราจะบินที่ความสูง 38000 / 3.2808 = 11582.5 เมตร หรือ ประมาณ 11 กิโลเมตรจากพื้นโลก ความเร็วที่พี่กัปตันใช้บินก็ 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ข้างนอกเครื่องบินนั้น อุณหภูมิติดลบนะครับ แม้จะบินตอนกลางวัน แดดเปรี้ยงๆ อุณหภูมิก็จะติดลบอยู่ดี




จากเชียงใหม่ ถึงภูเก็ต ก็ใช้เวลาเดินทางราวๆ 1 ชั่วโมง กว่าๆ แล้วแต่ว่า นักบินซิ่งแค่ไหน ถ้าท้องฟ้าปลอดโปร่งก็จะทำเวลาได้ดีนะ


เมื่อมาถึงแล้ว หลังจากเดินออกจากเครื่องไปตามทางที่เขากำหนด สิ่งแรกที่เราต้องทำก็คือมารับกระเป๋าของเราที่เราฝากมากับท้องเครื่องบิน ก็ให้เราเดินมาที่จุดรับกระเป๋าซึ่งจะมีหลายจุด เราก็มองหาป้ายที่เขาเขียนหมายเลข Flight ของเราไว้นะ เราก็จะรู้ว่าควรจะไปรับกระเป๋าตรงไหน


เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ก็เป็นอันเสร็จเรื่องการเดินทางโดยเครื่องบินครับ 


ข้อปฏิบัติที่สำคัญ : 
- เด็กๆ จะต้องไปถึงสนามบินก่อนเวลาขึ้นเครื่องอย่างน้อย 1 ชั่วโมงนะ เขาจะปิดรับการ check-in ก่อนเวลาขึ้นเครื่อง 45 นาที หากมาไม่ทันก็จะตกเครื่องเอาได้ง่ายๆ ต้องซื้อตั๋วใหม่กันเลยทีเดียว
- ห้ามลืมเอาบัตรประชาชนไปด้วย ถ้าลืมต้องหาบัตรอะไรที่แสดงตัวตนของเราไปแสดงกับเขาด้วย ไม่งั้นเขาไม่ให้ขึ้นเครื่องนะ

ข้อควรทราบ :
- การเดินทางโดยเครื่องบินปลอดภัยมากกว่าการเดินทางด้วยรูปแบบอื่นๆนะ โอกาสเครื่องบินจะตก น้อยกว่ารถทัวร์คว่ำเสียอีก
- ปฏิบัติตามกฏของเขาให้เคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของเรานะ