วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561



เดือนนี้มีโอกาสได้ไปแวะท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น ซึ่งนานมากๆกว่าจะได้ไป เหตุเพราะต้องเก็บเงินก่อน และก็ต้องไปแบบประหยัดที่สุดตามแบบคนบ้านนอก ก็เลยรวมกลุ่มกันแล้วก็ไปกันเอง ไม่อาศัยทัวร์ เพราะศึกษามาแล้วว่า ใช้ชีวิตที่โน่นได้ไม่ยาก



ทริปนี้จาก เชียงใหม่ ไปต่อเครื่องที่ ดอนเมือง เป้าหมายคือ เกาะฮอกไกโด เมืองซับโปโร ซึ่งเดือนที่ไปนี้ กำลังจะเข้าหน้าหนาว ตรวจสอบอุณหภูมิจาก App ล่วงหน้า พบว่า อยู่ราว 10 - 15 องศา ยังไม่หนาวเท่าไร ก็เลยเอาเสื้อ Jacket ไปแทน



สิ่งที่ต้องมีและไม่ควรขาดก่อนไปหรือไปถึงแล้วก็คือ Internet ครับ ป้องกันหลง หรือติดต่อขอความช่วยเหลือกันได้ เตรียมไปให้พร้อม 4G ประมาณ 300 ถ้าไม่เน้น up รูป up video ก็เหลือเฟือ เน้นใช้แผนที่ และ app สื่อสาร



จากนั้นก็บินไปดอนเมือง แล้วก็ต่อเครื่องไปญี่ปุ่นเลยภายในวันเดียวกัน cnx --> bkk แค่ 45 นาที bkk --> japan ลงที่ซับโปโร ใช้เวลาไปราว 6 ชั่วโมง ทรมานใช่เล่น



ไปถึงญี่ปุ่น ก็ทำการวางแผนการเดินทางไว้ล่วงหน้าแล้วว่าจะใช้รถไฟ แล้วค่อยไปเช่ารถขับเที่ยวเอง เมื่อไปถึงก็อย่าเสียเวลา มองหาช่องรถไฟก่อนเลย ซึ่งมีเจ้าเดียวคือ JR หาไม่ยาก





ถ้าไม่เคยไปมาก่อน การซื้อตั๋วอาจจะยุ่งยากนิดๆ พอดีว่ามีคนที่เคยไปมาแล้ว ไปด้วย ก็เลยไหลตามน้ำ ถ้าให้ไปซื้อเอง ก็งงๆ อยู่เหมือนกัน แต่ถ้าซื้อเป็น ดูเป็นแล้วก็ไม่ยากนะ






จากนั้นก็รีบพาตัวเองขึ้นในอยู่ในรถให้ตรงตามกำหนด ที่ญี่ปุ่นเขาไม่รอใคร ได้เวลาแล้วออกเลย แต่ก็มีหลายรอบอยู่ ไม่ต้องกลัวว่าไม่ทัน



ถ้านั่งได้ ก็นั่ง นั่งไม่ได้ ก็ยืนไปงั้นแหละ ไม่ได้ไกลเท่าไร ประมาณ 15 นาทีจาก สนามบินเข้าไปในเมืองซัปโปโร



ไม่ต้องกลัวหลง เพราะไปใหม่ๆ จะหลงแน่ๆ ดูป้ายให้ดีๆว่ากำลังไปไหน หลงบ่อยๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง ที่สำคัญขึ้นลงให้เร็ว เพราะประตูมีเวลาเปิด ปิด ของมัน โดนหนีบมาแล้ว

สำคัญคือทำการบ้านก่อนมาให้ดีว่าจะพักที่ไหน ลงที่สถานนีไหน อยู่ฝั่งไหน เท่านี้ก็จะไม่หลงละ เพราะบ้านเขามีระบบที่ดีมาก ถ้าเข้าใจแล้วไม่มีหลง



บ้านเขาก็ติดมือถือกันงอมแงมเหมือนบ้านเราแหละว้า  / ถ้าเข้ามาในตัวเมืองแล้ว ระบบรถไฟจะซับซ้อนมากขึ้น เพราะมีผู้สัมปทานมากขึ้น ดังนั้นการทำการบ้าน ศึกษาให้เข้าใจก่อนมา จะได้เปรียบหน่อย ถ้ามีเวลาก็ให้เข้าไปศึกษาตอนสถานีเปิด คนน้อยๆ เดินดูรายละเอียดได้





อ้อ ทุกสถานีมี wifi free ต่อเอาไว้นะ ประหยัดค่า net ได้เยอะ แถมเร็วกว่าด้วย



เอาเป็นว่า ขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น ไม่ได้ยากเย็นนัก ดูให้ดีว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จะไปไหน ค่าตั๋วเท่าไร แล้วก็ขึ้นถูกฝั่งหรือเปล่า ก็เท่านั้นแล เดี๋ยวมาต่อเรื่องอื่นนะ ไปหาข้าวกินกันเร็ว 

บทความ : DIY Knight

คลังบทความ