วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2561



เมืองโอตารุมีความเป็นมาอย่างไร คงจะไม่กล่าวถึง เพราะไม่รู้จริงแล้วก็สามารถหาได้จาก internet ครับ ที่จะกล่าวก็จะเป็นการแนะนำคร่าวๆ ถึงสถานที่ ที่ได้ไปเยือนมา



โอตารุ เป็นเมืองเล็กๆ เดินเที่ยวได้ทั่วถึง มีรถไฟจากซัปโปโรส่งถึงที่ วันที่เราไป ก็ครึ้มฟ้า ครึ้มฝน สลับกับแดดออกเป็นระยะ อุณหภูมิก็ราว 10 องศาได้ บวกกับลมอีก หนาวเย็นนะเยือก



ดูท่าทางแล้ว น่าจะเป็นเมืองที่เปิดช่วงบ่ายๆ ถึงเย็นมากกว่า สังเกตุจากคนที่มันเริ่มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วยความที่มันไม่ได้ไกลจากซับโปโร ก็น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนท้องถิ่นด้วย เพราะถ้าเป็นผมอยู่ซัปโปโร เสาร์-อาทิตย์ผมมาแน่



ลักษณะของเมืองก็เป็นถนนสายหลักที่เอาร้านชื่อดังต่างๆมารวมกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของกิน และขนมของเขาอร่อยจริงๆ ดูจากวัสดุที่เขาแจ้ง ก็คัดเอาของเด็ดๆมาทั้งนั้น มันก็เลยแพงในสายตาเรา แต่คนญี่ปุ่นคนก็คงว่ามันราคาธรรมดาๆ นะ





สิ่งที่น่าทึ่งสำหรับญี่ปุ่น คือความสะอาด คือสะอาดมาก ถึงมากๆ ขยะชิ้นเล็กๆน้อยๆนี่ ไม่มีให้เห็นเลย อ้อ สิ่งที่ควรรู้ก็คือ ถังขยะ หายากถึงยากมาก เพราะเขาถือว่าคนกินต้องรับผิดชอบ จะเอามาทิ้งที่เขาไม่ได้ เราก็เลยต้องพกขยะกลับไปด้วย ซึ่งเป็นแนวคิดที่เจ๋งมาก



ร้านรวงของที่นี่ หรือ ที่ไหนๆ ในญี่ปุ่น เน้นเรื่องสีสัน ซึ่งจะส่งผลต่ออาหารที่ดูแล้วน่ากินขึ้นเป็นกอง แม้ว่าบางอันรสชาดไม่ถูกปากเราก็เหอะ แต่สีสันชวนเสียเงินจริงๆเลย



เนื่องจากเป็นเมืองติดทะเล อาหารทะเลที่นี่เรียกว่ายังไม่ตายกันเลยทีเดียว บางทีถึงกลับไม่กล้ากิน สงสารมันแหะ



ส่วนที่เป็นจุดเด่นของเมืองโอตารุนั่นก็คือคลองนั่นเอง ขนาดบรรยากาศมืดๆ ก็ยังดูสวย ลองค้นหาที่เขาถ่ายๆมา เอ้อสวยแท้น้อ ผมถ่ายมาได้เท่านี้แหละ ไม่มีเลนส์เทพ 5555







จะเห็นได้ว่า ที่ไหนสะอาด ที่นั่น ดูดีขึ้นเป็นกอง ไม่รู้ว่าอีกกี่ร้อยปี บ้านเราจะเป็นอย่างนี้บ้าง เพราะมันเริ่มที่คน ไม่ได้เริ่มที่สถานที่ ครั้นจะย้ายมาที่นี่ ก็ไม่รู้จะมาทำอะไร เขาไม่รับคนต่างชาติเท่าไร โดยเฉพาะคนไทย ชอบมาตีกันที่ญี่ปุ่น ไม่รู้เป็นไง เหล้าเข้าปากแล้วของออกทุกที ตีกันเองอีกต่างหาก



ใช้เวลาที่โอตารุพอสมควรแล้วก็เดินทางกลับไปโรงแรม คนญี่ปุ่นเขาชอบเดินกันจริง เราเดินแค่ครึ่งวันก็ปวดขาละ  ต้องรีบกลับไปนอนพักก่อน พรุ่งนี้เดินทางต่อไป ด้วยการเช่ารถขับเอง

บทความ : DIY Knight

คลังบทความ