วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561



ฮาโกดาเตะเป็นเป้าหมายของเราในวันนี้ ซึ่งเป็นชื่อเมืองของเกาะฮอดไกโด ดูแล้วก็เป็นเมืองท่าที่สวยเอาการอยู่ การเดินทางก็ไม่ยากเท่าไร ขึ้นทางด่วนแล้วก็ถึงที่เลย ตรงอย่างเดียว แค่เลี้ยวตาม gps บอก 5555



ก่อนถึงฮาโกดาเตะก็ต้องแวะพักตามจุดพักริมทางที่ทางการกำหนดให้ ซึ่งแต่ละที่ก็เดาว่าผ่านการเลือกสรรมาอย่างดีแล้ว เพราะวิวค่อนข้างสวยกันทั้งนั้น



ทางด่วนที่ฮอกไกโดนั้น เป็นทางด่วนเลียบทะเล ดังนั้นก็ได้วิวดังภาพ ทุกๆที่ ที่แวะจะมองเห็นทะเลได้ไม่ยาก จัดว่าเป็นทางด่วนที่สวยเอาการอยู่



จุดแวะพักบนทางด่วน พบได้ในระยะประมาณทุกๆ 10 km ซึ่งก็จะมีแบบอย่างคล้ายๆกัน คือมี mimart ที่ไม่ได้ถูกสัมปทานโดย 7-11 หรือ lawson จะเป็นร้านที่มีชื่อของตนเอง และส่วนใหญ่ก็จะมีปั๊มน้ำมันอยู่ด้วย เราจะไม่พบเห็นร้านค้าข้างทางแบบบ้านเราเลย ที่นี่เขาจัดการได้ดีมาก



และแน่นอนว่าห้องน้ำโครตสะอาดและไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์เลย คุณภาพระดับโรงแรม สะอาดเสียจนไม่กล้าเปรียบเทียบกับห้องน้ำสาธารณะบ้านเรา



ที่พักรถนี้ เป็นจุดเดียวที่เราจะสามารถหาถังขยะได้ ดังนั้นมีอะไรต้องทิ้งก็จัดการ Clear ที่นี่ให้หมด ไม่งั้นได้พกไปที่ทิ้งที่โรงแรม เพราะที่ทิ้งขยะ หาได้ยากมากในญี่ปุ่น



ออกจากที่พักริมทาง ก็ออกเดินทางสู่ฮาโกดาเตะต่อ ระหว่างทางมีสวนตามภาพให้แวะ ไม่รู้ชื่อเหมือนกัน แต่มีอยู่ไม่ได้ถ่ายไว้ ลืม แต่ก็หาไม่ยาก มีป้ายบอกตามทางตลอด ก็เลือกแวะเอานะครับ

สำหรับรายละเอียดมากกว่านั้น ก็เชิญที่  : https://www.smile-lee.com/2018/10/autumn-in-hokkaido-noboribetsu.html ทริปเดียวกัน



เป็นสวนที่ให้บริการชมวิวได้สองทางคือ ทางเรือ และ เดิน กินพื้นที่โดยประมาณ ก็สัก 5 - 6 ตาราง km ถ้าจะเดินให้ทั่ว ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่





บรรยากาศโดยรวมอยู่ในช่วงต้นไม่เปลี่ยนสี เข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิอยู่ประมาณ 15 องศา อากาศเย็นสบายแดดเปรี้ยงๆ แต่ไม่ร้อน





วิวโดยรวมค่อนข้างสวยมาก เหมาะสำหรับแชะๆ เก็บภาพเข้าไปเยอะๆ คนก็ไม่พลุกพล่านเท่าไร ส่วนใหญ่ที่เจอก็มี ญี่ปุ่น ไทย และ จีน





ว่าจะลองลงเรือแต่ท่าจะใช้เวลาพอสมควร เดี๋ยวจะไปถึงปลายทางช้าก็เลยไม่ได้ลง



ความสะอาดนี่ พูดแล้ว ต้องพูดอีก เมื่อไรบ้านเราจะเป็นอย่างนี้บ้างนะ ถ้าบ้านเราสะอาดเสียอย่าง ก็ดูดีแบบบ้านเขาได้ แต่มันท่าจะยาก ถึงยากมาก



แวะพอหอมๆ ก็ออกเดินทางต่อไปยังที่หมาย Hagodate ซึ่งก็ไปอีกราว 30 km ไม่ไกลแล้ว แต่ไม่รู้ก็เลยคิดว่าต้องรีบๆไป จริงๆอยู่ที่นี่นานกว่านี้ก็ได้ ใครจะไปก็อย่าพลาดนะ



ขับออกมาอีกราวครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงเมือง Hagodate เข้าพักที่ Hostel ชื่อ Hakoba ส่วนใหญ่ก็จะเป็นห้องใหญ่นอนรวมๆกัน มีเฉพาะที่นอนเป็นสัดเป็นส่วน แต่อยู่ร่วมกับแขกท่านอื่น จีนบ้าง ฝรั่งบ้าง ก็สนุกดี



บนดาดฟ้าโรงแรมก็พอจะเห็นวิว เพราะติดกับทะเล ถ้าสึนามิมาก็ตายก่อน 5555





เก็บของเรียบร้อยก็ออกมาเดินชมเมืองข้างล่าง เหมือนเดิม สะอาดจนนอนได้ และการวางผังเมืองค่อนข้างจะเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก



มีร้านต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลักๆ ก็น่าจะเป็น ไทย จีน กับ ฝรั่ง เพราะเห็นภาษาไทยติดร้านด้วย





ของที่ระลึกส่วนใหญ่ก็เป็นสินค้าพื้นบ้านที่มองแล้วก็รู้ว่าเป็นญี่ปุ่น สินค้าธรรมดาแต่ใส่ package ที่ดีก็สร้างมูลค่าได้ อันนี้ขอผ่าน เพราะอยู่เชียงใหม่ ก็มีของแบบนี้พอๆกัน





ที่มองหาคือของกิน ที่ไม่มีในบ้านเราต่างหาก บางอันก็อร่อยล้ำ บางอันก็จืดตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่ที่ต้องยอมคือ หน้าตาอาหารเขาดูดีมาก เห็นแล้วเราก็ว่าอร่อยแม้ชิมแล้วอาจจะผิดหวังเล็กๆ แต่ก็อร่อยอยู่นา








อิ่มแล้วก็ออกเดินชมเมืองต่อ ตอนนี้ก็เย็นแล้ว ไม่รู้จะไปไหน มองขึ้นไปบนเขาก็เห็นโดมอยู่ งั้นขึ้นไปดูเมือง Hagodate จากข้างบนกันดีกว่า







จากจุดที่ถ่ายไปถึงสถานีกระเช้าราว 2 km จริงๆเดินไปก็ได้ แต่ไม่รู้ทาง ต้องอาศัย gps ในรถ ก็เอารถไปจอดที่สถานี มีข่าวร้ายคือ กระเช้าปิดซ่อมแซม น่าจะเกิดจากแผ่นดินไหวช่วงก่อน แต่ไม่เป็นไร เขามีรถบัสบริการอยู่ ความสูงก็ครึ่งทางดอยสุเทพเท่านั้น





ขึ้นไปถึงก็มืดพอดี ผู้คนยุบยับมากมาย โดยเฉพาะชาวจีน ข้างบนเป็นที่ทำการของสถานีโทรทัศน์ NHK ความสูงก็พอเห็นได้รอบเมือง เปิดไฟสว่างไสวกันน่าดู



ยอดดอยหนาวลงเรื่อยๆ ประมาณน่าจะราว 5 องศา มีลมตลอด อยู่นานไม่ไหว กลับไปนอนก่อนล่ะ



เช้าวันต่อมา จะไปเที่ยวตลาดปลา ซึ่งหากออกไปราว 2 km เลยตัดสินใจเดินไปกัน ใกล้ที่พักมีร้าน แฮมเบอเกอร์ที่น่าจะขึ้นชื่อของ hagodate ทราบมาว่าเป็นสาขาแรก และคนไทยก็รีวิวกันเหลือกัน ขากลับจากตลาดปลา ก็ซื้อไปกินกัน ก็อร่อยสมคำล่ำลือนะ อย่าลืมซื้อกันล่ะ





นอกการการชมเมืองด้วยกระเช้าแล้ว เรายังสามรถชมเมืองด้วยความสูงที่ต่ำกว่าหน่อย ก็โดยการขึ้นไปที่หอคอยประจำเมือง ซึ่งสังเกตุได้ว่า ญี่ปุ่นเขามักจะมีหอคอยประจำเมืองอยู่โดยทั่วไปเลย เอาไว้ดูอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน





จากรูปก็จะเห็นได้ว่า ญี่ปุ่นมีหอคอยเยอะ ถ้าจะขึ้นทุกที่ ก็น่าจะใช้เวลาหลายวันอยู่ และต้องรวยพอควรเพราะต้องเดินทางเกือบทั่วประเทศ



ด้วยความสูงราว 100 เมตร ก็พอมองเห็นรอบเมืองอยู่ ด้านล่างเป็นสวนสาธารณะที่ชัดเจนว่าเขาวางผังเมืองอย่างดี น้ำไม่มีเน่าแบบบ้านเรา





ไม่ว่าจะอยู่กลางเมืองที่วุ่นวายขนาดไหน การที่ได้มาสวนแบบนี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้เยอะด้วยคุณภาพชีวิตที่ดี ก็ทำไม่เสียอารมณ์กับขยะและความเลวของผู้คนในสังคม



อยู่บนหอคอยสักพักก็ลงมาละ เดี๋ยวไปแวะตลาดปลาของ Hagodate กัน



มาแล้วต้องแวะ ตลาดปลา Hagodate

บทความ : DIY Knight

คลังบทความ