วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561



ซัปโปโรมีรถรางที่น่าจะให้บริการมานานนมแล้ว ดูจากสภาพก็เก่าพอสมควร หรือเพราะมันอยู่ข้างบนหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลยทำให้มันดูเก่าเร็ว ไม่เหมือนรถไฟใต้ดิน



การนั่งรถรางชมเมืองก็เป็นทางเลือกที่ดีอันหนึ่ง เพราะค่าโดยสาร 200 yen ราว 60 บาท สามารถนั่งวนกี่รอบก็ได้ ไม่มีหลง เพราะมันวนรอบเมืองนั่นเอง



ขึ้นไปแล้ว ถ้ามีที่นั่งก็นั่ง ถ้าไม่มีก็ยืน บางที่ดูให้ดีๆ เพราะสงวนไว้ให้คนแก่ คนท้อง คนพิการ อย่าเผลอไปนั่งเชียว เพราะถือว่าเสล่อเป็นอย่างมาก



หากต้องการลงสถานีไหน ก็ให้กดกริ่ง ถ้าไม่กดแสดงว่าไม่มีลง แต่เท่าที่สังเกตุดู คนขับจอดทุกสถานีอยู่ละ จะกดไม่กดก็จอด หรือว่าที่เขาจอดเพราะมีคนขึ้นก็ไม่รู้ ไม่แน่ใจ ไปลองเอง



เราลงกันที่สถานีกระเช้า เพื่อที่จะขึ้นกระเช้าไปชมเมืองซัปโปโร โดยจะมีสถานีรถบัสรับส่งไปที่สถานีกระเช้าฟรี



ระเบียบเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตาม การเข้าคิวเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าชาติไหนก็ควรจะทำกัน



รอไม่นานก็มีรถมารับ จริงๆเขาบอกว่าจะเดินไปก็ได้ ห่างไป 8 นาที เดาว่า ถ้าคนไทยเดินน่าจะ 15 นาที เพราะคนญี่ปุ่นเขาจ้ำกันเร็วมาก



มาถึงสถานีก็ซื้อตั๋วก่อน ถ้าไม่รีบมาก ซื้อตั๋วขาขึ้นก็พอ ขากลับเดินเอา หรือแบบขึ้นครึ่งเดียวก็ได้ อีกครึ่งเดินเอา เพราะมันมีกระเช้าแบบสองต่อ เลือกที่ 1100 yen กำลังดี



ไปแล้วถึงรู้ เมื่อไม่รู้ก็เลยซัดที่ 1700 yen ก่อน ไปกลับทั้งแบบกระเช้าใหญ่ และกระเช้าเล็ก เขาจะมีเจาะรูไว้ว่าตอนนี้จะขึ้นอะไร ทำเครื่องหมายจากขวามาซ้ายแหะ



พร้อมแล้วก็เดินไปขึ้นกระเช้าใหญ่ เป็นคนไทยเกินครึ่งลำ



น้องเจ้าหน้าที่เขาจะอธิบายความเป็นมา แต่ไม่รู้เรื่องเลยน่ะน้อง 5555



ลงกระเช้าใหญ่ ก็ไปขึ้นกระเช้าเล็กโดยทันที ระยะทางโดยรวมก็น่าจะ 3 km





ขึ้นไปถึงยอด ส่วนใหญ่ทุกยอดภูเขาสูงจะมีระบบสื่อสารอยู่ นอกนั้นก็จะเป็นลานชมเมืองให้ได้ถ่ายรูปกัน





จากที่นี่ มองเห็นเมืองซัปโปโรได้อย่างทั่วถึง จัดว่าใหญ่กว่าเชียงใหม่เอาการอยู่ และหนาแน่นไปด้วยตึก มองเห็นคลองผ่านกลางเมืองชัดเจน



ที่นี่ยังเป็นแหล่งสำรวจธรรมชาติอย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีร้านสำหรับเช่าอุปกรณ์เดินป่าให้บริการพร้อม เด็กเล็กๆมาเดินกันเพียบ



ญี่ปุ่น ถ้าไม่มีเรื่องแผ่นดินไหว สึนามิ และบ้างานเกินไปแล้ว จัดเป็นประเทศที่น่าเข้ามาอยู่มาก ถ้าเราเชื่อว่าเราเป็นคนมีคุณภาพ ที่นี่จัดเป็นสวรรค์ดีดีนี่เอง



ขากลับ ใช้วิธีการเดินลง เพราะกระเช้าเล็กใช้เส้นทางไม่ไกล ทางเดินก็อยู่ข้างใต้แค่นี่เอง



กระเช้าก็น่ารักดี น้องๆ เจ้าหน้าที่ก็น่ารักเช่นกัน ทั้งกิริยามารยาท และท่าทางการแสดงออก





ระหว่างทางของกระเช้าเล็กกับใหญ่ เขามีห้องแสดงดนตรีด้วย แวะเข้าไปดู ก็เห็นคุณชิซูกะกับยูเมโกะ เล่นอยู่ ฝีมือเทพเอาการ เล่นกันสองคน แต่เสียงดนตรีอื่นครบเลย เสียงเพราะมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นอาสาสมัครหรือเปล่า แต่ขั้นเทพแน่นอน



จากนั้นก็กลับลงมาด้วยกระเช้าใหญ่ ทีแรกว่าจะลองเดิน แต่ประเมินระยะทางแล้ว ไม่ดีกว่า มันไกลแล้วก็บ่ายมากแล้ว ถึงข้างล่างอาจจะมืดพอดี



เมืองติดภูเขาหลายลูกมากกว่าเชียงใหม่หน่อย แต่อากาศคนละเรื่อง ของเขาติดทะเลเลยมีลมตลอด





กลับลงมาก็มาขึ้นรถรางเหมือนเดิม เพื่อวนกลับไปที่สถานีที่ขึ้นมา





ช่วงเวลาเย็น ที่นี่คึกคักผิดกับช่วงเช้า ทุกร้านเปิดแล้ว คนก็ออกมาจากไหนก็ไม่รู้ เยอะมาก ช่วงต่อไปก็เป็นการเลือกซื้อสินค้า ซึ่งไม่ถนัด และไม่ชอบด้วย ก็เลยกลับโรงแรมก่อน ปวดขาละ เป็นอันว่าจบภารกิจที่ญี่ปุ่นเท่านี้ ไว้รวยแล้วจะมาอีกทีนะ


บทความ : DIY Knight

คลังบทความ